Sitemap
Life@LINE MAN Wongnai

Life@LINE MAN Wongnai - Stories from our own people

ทีม Business Development ที่ LINE MAN Wongnai ทำอะไรบ้าง?

3 min readSep 2, 2022

--

Press enter or click to view image in full size

Business Development หนึ่งในตำแหน่งสำคัญในการพัฒนาธุรกิจ LINE MAN ให้เติบโต วันนี้ Life at LINE MAN Wongnai จะพาทุกคนไปรู้จักกับสายงาน Business Development ว่ามีหน้าที่ ความรับผิดชอบอะไรบ้าง ทักษะแบบไหนที่เรามองหา พร้อม Resume และ Interview Tips

อยากทำงานสายนี้ที่ LINE MAN Wongnai จะต้องรู้และต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง มาอ่านบทสัมภาษณ์ “คุณแนน Head of Business Development” ไปพร้อมๆ กัน..

ทำความรู้จักกับ “คุณแนน Head of Business Development”

สวัสดีค่ะ ชื่อแนน สุธาวัลย์ ประสงค์ดี ตอนนี้เป็น Head of Business Development อยู่ที่ LINE MAN Wongnai เราเริ่มชีวิตการทำงานแรกเป็น Auditor หรือ ผู้ตรวจสอบบัญชี ทำไปได้ซักพักค้นพบว่าไม่ชอบ เลยหางานที่ได้ลองทำอะไรหลายๆ อย่าง ได้โอกาสไปทำงาน Management Trainee ได้เรียนรู้ทั้งงาน Financial Analysis, Feasibility Study และ Profit & Loss สำหรับการออกสินค้าใหม่ๆ ได้เวียนไปทำเป็น Sale Analyst ที่ต้องดูเรื่องตัวเลข เรื่องยอดขาย และ Category Development ที่ได้เจอลูกค้าที่เป็นพาร์ทเนอร์

งานตรวจสอบบัญชี แม้เราจะไม่ชอบ แต่ทำให้เราได้เรียนรู้ความละเอียด และทักษะ Number Crunching หรือ การนำข้อมูลตัวเลขจำนวนมาก มาจัดระเบียบให้มีประโยชน์และเข้าถึงง่าย ซึ่งนำมาใช้กับงานเยอะมากๆ และจากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาทั้งหมด ทำให้เรามีทักษะที่โดดเด่นเมื่อได้เจองานที่เราชอบ นั่นคืองานพบเจอผู้คนคน ซึ่งก็ทำมาตลอดกว่า 10 ปี จนเข้ามาที่ LINE MAN Wongnai

ภาพรวมของงาน Business Development เป็นอย่างไรบ้าง

เราดูแลในฝั่ง Partnerships เป็นทีมพัฒนาธุรกิจของคู่ค้า หรือพาร์ทเนอร์ ในกลุ่มร้านอาหารเป็นหลัก ในทีมของเราจะดูแลพาร์ทเนอร์ร้านอาหารขนาดใหญ่ เช่น International Chain ที่มีจำนวนสาขาเยอะๆ สูงสุดคือ 2,000+ สาขา รวมไปถึง Local Chain ที่อาจจะมีเพียงหลักสิบสาขา แต่มีโอกาสในการเติบโตสูงค่ะ

ทีมเราเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมทุก Ecosystem ในธุรกิจของเรา ด้วยการออกแคมเปญ ทำโปรโมชัน เพื่อพัฒนาธุรกิจของร้านค้าพาร์ทเนอร์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

Business Development ทำงานร่วมกับทีมไหนบ้าง

ทีมหลักๆ ที่ทำงานด้วยกัน คือ ทีม Marketing, Operations และ Food Delivery

  • ทีม Marketing — เวลาทีม Marketing คิดแคมเปญใหม่ๆ เพื่อดึงดูดและตอบโจทย์ลูกค้า ทีมเรานำมาวิเคราะห์หาความเหมาะสม หาจุดสมดุลเพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งพาร์ทเนอร์ของเรา และลูกค้าของเรา และนำไปเสนอให้พาร์ทเนอร์เข้าร่วมแคมเปญ
  • ทีม Operations — เมื่อร้านค้าพาร์ทเนอร์ที่เราดูแลมีการขยายสาขาหรือเปิดร้านใหม่ เราจะทำงานกับทีม Operations เพื่ออัพเดทความเปลี่ยนแปลงของพาร์ทเนอร์บนแพลตฟอร์ม LINE MAN
  • ทีม Food Delivery — เป็นทีมที่คอยหาวิธีสร้างยอดขายให้ร้านค้าบน LINE MAN ของเราเพิ่มขึ้น เราก็จะคอยประสานกับทางพาร์ทเนอร์ในการเตรียมโปรโมชันพิเศษ

แล้วบรรยากาศการทำงานในทีมเป็นอย่างไร

Press enter or click to view image in full size

ทีมเรามีตั้งแต่น้องๆ ที่จบใหม่ ไปจนถึงอายุ 30+ เลย ทุกคนบุคลิกแตกต่างกัน แต่เราสนิทกันมาก เราไป Outing ต่างจังหวัด นัดทานข้าว สังสรรค์กันบ่อยมากๆ Work Hard Play Hard แต่เวลาที่เจอพาร์ทเนอร์ทุกคนจะปรับเป็นโหมด Professional ได้

คิดว่าตัวเองเป็นหัวหน้าแบบไหน

เราเป็นหัวหน้าที่เข้าถึงง่าย คุยกันแบบเพื่อน-พี่-น้อง สร้างบรรยากาศให้ทุกคนเข้าใจและรู้สึกว่าเรากำลังลงเรือลำเดียวกัน ในฐานะหัวหน้าทีมเวลาโดนติ เราจะเป็นคนรับก่อน เพราะอยากให้น้องทำงานกันต่อได้ลื่นไหล ดังนั้นเวลาใครมีปัญหาอะไร เขาจะสบายใจที่อยากพูดและระบายกับเรา ทำให้เห็นจุดแข็งและวิธีคิดของแต่ละคนมากขึ้น พอเราเข้าใจธรรมชาติของแต่ละคน ปรับวิธีการพูดคุยให้เข้ากับเค้า เราช่วยแก้ปัญหาได้เร็วขึ้นมาก

Press enter or click to view image in full size

เราอยากเห็นน้องๆของเราเติบโตและประสบความสำเร็จ สิ่งที่เราชอบทำคือ Motivate หรือจุดประกายไอเดีย จุดประเด็นต่างๆให้น้องๆได้คิด พอเห็นว่าเค้าเริ่มต่อยอดได้ ก็จะให้ทำเป็นโปรเจกขึ้นมาแล้วมา Pitch กันอีกที เป็นการกระตุ้นให้ทุกคนได้คิดอย่างมีเหตุผล แข่งขัน ฝึกการสื่อสาร ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง เหมือนได้ฝึกซ้อมการนำเสนองานกับพาร์ทเนอร์อยู่เสมอ

มองหาคนแบบไหนเข้าทีม

3 เรื่องหลักๆ ที่มองหาจากผู้สมัคร คือ

  1. Logical Thinking มีความคิดเชิงตรรกะที่ดี คิดเป็นขั้นเป็นตอน และคิดเป็นเหตุเป็นผล เช่น เวลาได้รับโจทย์เรื่องการทำโปรโมชันร่วมกับพาร์ทเนอร์ไป จะต้องกลับมานำเสนอได้ว่า สิ่งที่พาร์ทเนอร์ให้กับได้มีอะไรบ้าง เราควรโน้มน้าวพาร์ทเนอร์ในมุมไหนบ้าง ใช้งบประมาณเท่าไหร่เพื่อให้ทำตามเป้าหมายได้สำเร็จ เพื่อให้มีข้อมูลที่ครบถ้วนเพียงพอต่อการตัดสินใจ
  2. Communication Skills (Negotiation, Presentation และ Storytelling) — ทักษะการสื่อสารสำคัญมาก ต้องสื่อสารรู้เรื่อง ขายของได้ โน้มน้าวลูกค้าได้ และรู้ว่าเวลาไหนต้องตึงหรือต้องหย่อน
  3. Cultural Fit — Business Development 1 คน ดูแลพาร์ทเนอร์หลายเจ้า ดังนั้นจะเจอความท้าท้าย ปัญหา และอุปสรรคจากพาร์ทเนอร์แต่ละรายที่แตกต่างกัน ดังนั้นสิ่งที่มองหา คือ ต้องสามารถทำงานและแก้ปัญหาได้เร็ว (Innovate Faster) รู้ลึกเรื่องธุรกิจ ตัวเลข และการคุยกับพาร์ทเนอร์ (Go Deeper) สุดท้ายต้องเคารพพาร์ทเนอร์และทุกคนที่ทำงานด้วยกัน (Respect Everyone) เพราะงานของเราจะสำเร็จไม่ได้เลย ถ้าไม่มีพาร์ทเนอร์ และความช่วยเหลือจากทุกคนที่ LINE MAN Wongnai

ดูอะไรใน Resume บ้าง

เราชอบ Resume ที่มีรูป จริงอยู่ที่เราไม่สามารถตัดสินคนจากรูปภาพใบเดียวได้ แต่เพราะบุคลิกที่ดีเป็นเรื่องสำคัญสำหรับงาน Business Development ก็ขอให้ผู้สมัครเลือกรูปภาพที่เรามั่นใจและมีความ Professional ใส่มาใน Resume นะคะ

Get Life at LINE MAN Wongnai’s stories in your inbox

Join Medium for free to get updates from this writer.

นอกจากนี้จะดูประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา ถ้าเคยทำตำแหน่ง Business Development, Sales หรือตำแหน่งที่ใกล้เคียงมาก่อน ก็จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ สำหรับคนที่ทำงานไม่ตรงสาย ถ้าเคยทำบริษัท Technology, Food Industry หรือ E-Commerce มาก่อน ก็ทำให้ประสบการณ์เราน่าสนใจมากขึ้น เพราะมีความเข้าใจในธุรกิจของเรา

ลักษณะการสัมภาษณ์

ไม่ว่าจะสมัครตำแหน่งไหนก็อยากให้ทำการบ้านเรื่องธุรกิจและวัฒนธรรมองค์กร สำหรับทีม Business Development คำถามเป็นลักษณะที่ดูทักษะในการขาย การสื่อสาร และการคิดเชิงตรรกะ เราจะมีสถานการณ์จำลองให้ทำ ว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ คุณจะทำอย่างไร

คำถามส่วนใหญ่เป็นคำถามปลายเปิด เพราะเราอยากเรียนรู้มุมมองของเค้าต่อธุรกิจของเรา ระหว่างสัมภาษณ์จะดูทักษะการฟังไปด้วย และเนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ต้องพบเจอและดูแลพาร์ทเนอร์ บุคลิกภาพและการแต่งตัวก็เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญ

ระหว่างสัมภาษณ์ เราจะดูแววตาและ passion ประกอบด้วย ถ้าสัมผัสได้ว่ามีใจอยากทำสายงานนี้ เราจะมีโจทย์ให้ role play ในการสัมภาษณ์ ทำอย่างไรก็ได้ให้สามารถโน้มน้าวเราและทำให้เราเชื่อได้ คนที่ทำงานไม่ตรงสายมาก่อน ก็อยากให้ทำพาร์ทนี้ให้ดี เพราะเป็นการแสดงให้เห็นว่าคุณก็สามารถทำงานนี้ได้เช่นกัน

Talent Acquisition Insights:

ตั้งแต่ต้นปี 2022 จนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม มีผู้สมัครตำแหน่ง Business Development ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามาเป็นพนักงาน LINE MAN Wongnai เพียง 2.4% เนื่องจากผู้สมัครหลายๆ คนมี skill หรือ ทักษะไม่ตรงกับคนที่เรามองหา ดังนั้นเราอยากให้คนที่สนใจ เมื่อได้อ่านบทความนี้แล้ว ขอให้ลองฝึกทักษะต่างๆ ที่ list ไว้ด้านบน ก่อนมาสมัครและสัมภาษณ์

อย่าลืมที่จะตรวจคำสะกดให้ถูกต้อง ใส่รายละเอียดผลงานที่ทำ เพื่อให้ resume มีความสมบูรณ์มากขึ้น ในขั้นตอนการสัมภาษณ์เรามองหาผู้ที่มีความเป็น LINE MAN Wongnai (ศึกษาเรื่องวัฒนธรรมองค์กรเพิ่มเติมที่นี่) แสดงความ #Faster #Deeper และ #Respect ให้เราเห็นเยอะๆ นะคะ 😊

ทำไมต้อง LINE MAN Wongnai

ที่ LINE MAN Wongnai ผู้บริหารให้ Authority ในการอยากสร้างสรรค์ธุรกิจ หากเรามีไอเดียดีๆ สามารถนำเสนอ พูดคุยกันได้ หากเรามี Ownership อยากทำให้งานออกมาดี แทบไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้เลย

ทีม Business Development มี Career Path ที่ชัดเจน บรรยากาศการทำงานในทีมสนุกสนาน และทุกคนในบริษัทต่างเป็นกำลังสำคัญในการร่วมกันพัฒนาสิ่งที่ดีเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนไทย ดังนั้นถ้าอยากสร้างความเปลี่ยนแปลงและสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้กับคนไทย ต้องมาที่นี่เลย LINE MAN Wongnai

ดูรายละเอียดตำแหน่งที่เปิดรับ และสมัครได้ที่ https://careers.lmwn.com/business

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย Soros Somha (Butterbeer), Employer Branding & Engagement Intern และ Pawika Kanchanathammarong (Wow) — Senior Employer Branding and Social Media Strategist

ภาพโดย Chaiwat Phanwilai (Wat) — Multimedia Graphic Designer

--

--